. class="entry-title"ลูกสาวผมกับเพื่อน ”แค้มป์สวาท”.
ผมมีลูกสาวคนเดียวชื่อ น้องแพรว อายุ 18 ปีหมาด ๆ เพิ่งจบชั้นมัธยมปลายกำลังจะเอ็นทรานซ์เข้ามหาลัยในปีนี้. เธอมากระเง้ากระงอดกับผมว่าอยากไปตั้งแค้มป์บนเขาสักครั้งก่อนสอบ. ผมก็เห็นดีด้วยเพราะถ้าเธอเข้ามหาลัยแล้ว เราก็คงไม่ได้เจอกันอีกนาน อีกอย่าง เราสองคนพ่อลูกก็ไม่เคยไปเที่ยวด้วยกันมาหลายปีแล้ว. น้องแพรวถามผมว่า”จะพาเพื่อนไปด้วยซักคนได้มั้ย”. “ได้สิลูก” ผมตอบ. ผมวางแผนไว้เรียบร้อย โดยขอลางานในวันศุกร์ เราจะได้ออกเดินทางตั้งแต่เย็นวันพฤหัสฯ ขึ้นเขาไปจองพื้นที่ดี ๆ เงียบ ๆ ก่อนคนอื่น. วันพฤหัสฯนั้น ผมกลับมาจากบ้านก็เจอน้องแพรวกับเพื่อนสาวของเธอรอผมอยู่แล้ว. ผมไม่เคยเจอเพื่อนลูกสาวคนนี้มาก่อน “แต่ให้ตายเถอะโรบิน” เธองามหยาดเยิ้มหยดย้อยจนทำให้หัวใจผมเต้นแร็พเลยเชียว. (พ่อคนนี้มันต้องอายุ 50 กว่าๆขึ้น เพราะมันเคยดูหนัง BATMAN ทางทีวีสมัยAdam West เล่นแน่ๆ). “สวัสดีค่ะพ่อ พวกหนูช่วยกันขนสัมภาระขึ้นรถบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ” น้องแพรวรายงานเสียงใส. ลืมบอกไป ฐานะที่บ้านผมค่อนข้างดีมาก ๆ เราจึงมีเงินซื้อรถหรู ๆ แพง ๆ อย่างรถบ้านมาใช้เวลาเดินทางไปเที่ยวเป็นหมู่คณะ. จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องที่พัก จอดที่ไหนก็นอนพักที่นั่นได้เลย. “เก่งมากจ้ะ แล้วนี่ใจคอจะไม่แนะนำเพื่อนให้พ่อรู้จักเหรอ”. “อุ๊ย โทษค่ะพ่อ นี่เมย์ค่ะเป็นเพื่อนสนิทของแพรวค่ะ”. น้องเมย์กระพุ่มมือไหว้ผมอย่างอ่อนช้อย. ผมรับไหว้แล้วถาม “เมย์เคยไปเที่ยวแค้มป์รึเปล่า”. “ยังไม่เคยเลยค่ะคุณพ่อ นี่เป็นครั้งแรกของเมย์”. “งั้นไปเที่ยวคราวนี้ พ่อรับรองว่าหนูสนุกจุใจแน่ ๆ”. ผมพูด พยายามเบือนสายตาไม่ให้จ้องเขม็งอยู่ที่ร่างอวบอัดสะท้านใจชายของน้องเมย์. เราช่วยกันขนสัมภาระที่เหลือขึ้นรถแล้วก็ออกเดินทาง. บริเวณที่ผมตั้งใจจะไปปักแค้มป์อยู่ลึกเข้าไปในป่า แถมยังมีน้ำพุร้อนเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลอีกต่างหาก. ที่ตรงนั้นไม่ค่อยมีคนรู้เท่าไหร่ ผมไปเจอเข้าโดยบังเอิญตอนเดินป่าเมื่อหลายปีก่อน. กว่าเราจะไปถึงที่นั่นก็ห้าโมงเย็นพอดี เราช่วยกันตั้งแค้มป์จนเสร็จ. “พวกหนูขอนอนในเต้นท์ได้มั้ยคะพ่อ”. “ตามใจสิ แต่ระวังกลางคืนมันจะหนาวนะลูก”. “ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูเอาถุงนอนกะผ้าห่มมาด้วย”. “งั้นก็แล้วแต่เราเถอะ” ผมตอบ. สองสาวช่วยกันปักเต้นท์ห่างจากรถบ้านราวสามสิบฟุต ระหว่างที่ผมออกไปหากิ่งไม้สำหรับก่อกองไฟก็ได้ยินเสียงสองสาวหัวเราะกันกิ๊กกั๊ก. ตามปกติผมชอบดื่มเบียร์แต่วันนั้นไม่รู้นึกไง ผมเอาวิสกี้กับไวน์คูลเลอร์ไปเผื่อพวกสาว ๆ ด้วย. “หนูอยากไปแช่น้ำพุร้อนซักหน่อยค่ะพ่อ” ลูกสาวคนสวยของผมเอ่ยขอ. “มันจะมืดแล้วนะลูก เดี๋ยวจะไม่ปลอดภัย” ผมปราม. “น่า นะคะ พ่อขา” น้องแพรวออดอ้อนจะไปให้ได้. สุดท้ายผมก็ต้องยอมเธอ พอไปถึงที่บ่อ ไอน้ำอุ่น ๆ กำลังพวยพุ่งขึ้นมาเป็นวง. เราสามคนก็พากันลงบ่อ น้ำอุ่น ๆ ช่วยผ่อนคลายความเครียดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางได้ดีทีเดียว. ผมเอนหลังแหงนคอแล้วหลับตา สักพัก ผมก็ได้ยินเสียงสองสาวหัวร่อต่อกระซิกกัน ผมเลยแง้มปลือกตาขึ้นแอบมอง. ทั้งคู่กำลังจ้องเขม็งมาทางผมพอดี ปากก็กระซิบกระซาบกันเบา ๆ ฟังไม่ออกว่าพูดอะไรกัน. หลังแช่น้ำอุ่นจนพอใจแล้ว เราก็ชวนกันกลับแค้มป์. ตอนนั้นก็เกือบมืดสนิท กองไฟที่เราก่อไว้ก่อนหน้านี้กำลังลุกโพลงได้ที่ สองสาวพากันเข้าเต้นท์แล้วคุยกันประสาเด็กสาว. พวกเธอเปิดตะเกียงเล็ก ๆ ที่อยู่ในเต้นท์ทำให้เห็นเงาร่างพวกเธอทอทาบบนผืนผ้า. ตอนนั้นเองที่ตาผมลุกโพลง สองสาวกำลังรูดชุดว่ายน้ำที่เปียกชุ่มออกจากร่าง ผมนั่งตัวแข็งดูเงาตะคุ่ม ๆ ตอนพวกเธอเปลื้องผ้าตาไม่กระพริบ. ตอนที่น้องเมย์กำลังปลดชุดว่ายน้ำออก ควยผมก็เริ่มผงกหัวตื่น หุ่นเธออวบอัดเต็มไม้เต็มมือน่าฟัดเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นของเด็กสาวอายุแค่ 18 เท่านั้น. สักพัก พวกเธอก็เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วออกมาจอยกับผมที่กองไฟ เราสามคนคุยกันเรื่อยเปื่อย. ในตอนนั้นผมกระดกเบียร์ไปแล้วหกแก้วใหญ่ กำลังรู้สึกเคลิ้ม ๆ ผมลุกขึ้นเดินไปที่รถบ้าน กะจะไปหยิบไส้กรอกมาย่างบนกองไฟเป็นอาหารมื้อดึก. ในตอนนั้นเองที่ผมได้ยินคำพูดลูกสาวโดยบังเอิญ. “ควยของพ่อเราน่ะใหญ่มากเลยนะ” เธอพูด. “แล้วเธอรู้ได้งัย” น้องเมย์ถาม หัวเราะคิกคักไปด้วย. “ก็เคยเห็นน่ะซิ ถามได้”. “เห็นตอนไหนเหรอ”. “มีอยู่คืนนึง พ่อเราเมาแอ๋หลับอยู่บนโซฟา เราก็เลยแอบเปิดดูน่ะ”. “จริงเหรอ” น้องเมย์ถามเสียงแหลมสูง. “จริงซิ เรายังจับมันรูดจนแข็งเลยแหละ”. “เรายังไม่เคยเห็นควยของผู้ชายจริง ๆ ซักที”. “ไม่แน่นะ ถ้าโชคดี คืนนี้พ่อเราอาจเมาหลับไปอีกก็ได้ ถ้าเป็นงั้น เราจะเปิดให้เธอดูเอง” ลูกสาวผมตอบ. ได้ยินลูกสาวผมพูดกับเพื่อนแบบนี้ทำเอาผมช็อคไปเลย แต่ก็ทำให้ตื่นเต้นไปด้วย. ผมคิดว่าให้พวกเธอลองทำตามใจต้องการดูก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะช่วยแกล้งทำเป็นเมาหลับให้. ผมกลับออกมาพร้อมด้วยไส้กรอกในมือ ส่วนอีกอันที่อยู่ในกางเกงก็กำลังแข็งจนปวดหนึบไปหมด. “เอ้า ไส้กรอกจ้ะ” ผมบอกพวกเธอ. “ขอบคุณค่ะพ่อ เบียร์อีกซักแก้วมั้ยคะ”. “ก็ดีเหมือนกัน ขับรถมาเหนื่อย ๆ จะได้ผ่อนคลายหน่อย” ผมตอบ. ผมสังเกตเห็นน้องเมย์แอบมองผมตอนที่ผมกำลังปิ้งไส้กรอกบนกองไฟ แสงไฟอันอบอุ่นสาดส่องต้องใบหน้าเธอสว่างจ้า ดูน่าฟัดจริง ๆ ให้ดิ้นตาย. ผมลุกขึ้นยืน เห็นเธอมองต่ำลงมาที่รอยตุงตรงเป้ากางเกงผม มันทำให้ควยผมยิ่งแข็งเข้าไปใหญ่. ผมคิดว่าคงได้เวลาที่จะทำตามแผนแล้วก็เลยแกล้งเดินโซเซเหมือนคนเมา. ผมแกล้งทำแบบนี้อยู่ราวชั่วโมงให้ดูเหมือนว่าผมกำลังเมามากขึ้นเรื่อย ๆ. แล้วผมก็เอ่ยปากให้ลูกสาวช่วยพยุงผมกลับไปที่รถบ้านหน่อย ซึ่งน้องแพรวเองก็ดูจะยินดีที่จะช่วยอย่างออกหน้าออกตา. พอเข้าไปในรถ ผมก็บอกเธอเสียงอ้อแอ้ว่า”พ่อไม่เป็นไร ไปสนุกกับเมย์เถอะ”. พอเธอลงจากรถ ผมก็รีบถอดเสื้อผ้าจนไม่มีอะไรเหลือติดกายแล้วเอาเสื้อคลุมมาสวม จากนั้นก็คลานขึ้นเตียง. เนื่องจากผมเปิดหน้าต่างรถเอาไว้ ก็เลยได้ยินเสียงพวกเธอหัวเราะดังกิ๊กกั๊กแว่วมาแต่ไกลแต่จับใจความไม่ได้ว่ากำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่. ผมแอบโผล่ไปดูว่ากำลังทำอะไรกัน ปรากฏว่าทั้งคู่เข้าเต้นท์ไปเรียบร้อยแล้ว ตะเกียงในเต้นท์ยังคงติดสว่างอยู่ ผมจึงพอเห็นว่าพวกเธอกำลังเตรียมตัวเข้านอน. ผมเอนตัวกลับลงไปบนที่นอนแล้วคิดในใจ “คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้วมั้ง”. เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ผมก็ได้ยินเสียงประตูแง้มออกช้า ๆ หัวใจผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ ก่อนนอนผมจงใจเปิดไฟหรี่บนเพดานไว้จะได้เห็นว่าพวกเธอทำอะไร. ขณะที่ผมแกล้งนอนกรนอยู่นั้น ผมก็แอบหรี่ตามองขณะสองสาวก้าวเข้ามาหาเตียงที่ผมนอนอยู่. ทั้งคู่สวมเสื้อยืดบาง ๆ ส่วนท่อนล่างไม่ได้ใส่กางเกงจนผมสามารถมองเห็นขาขาว ๆ ของพวกเธอได้เต็มตา. “หลับอยู่มั้ย” ผมได้ยินน้องเมย์ถาม. “ฮื่อ น่าจะหลับนะ” ลูกสาวผมตอบ. “พ่อคะ ตื่นอยู่รึเปล่าคะ” น้องแพรวโยกไหล่ผมเบา ๆ. ผมไม่ขยับตัว แกล้งกรนต่อไป ควยผมมันเริ่มแข็งตัวขึ้นมาทันทีเมื่อน้องแพรวคลานขึ้นมาบนเตียงด้านนึง ส่วนน้องเมย์ก็อยู่อีกด้านนึง. น้องแพรวนั่งคุกเข่าแล้วยื่นมือลงมาปลดสายรัดเสื้อคลุมผม จากนั้นเธอก็แหวกชายเสื้อคลุมออกจนควยที่แข็งโด่ของผมดีดผึงออกมาต่อสายตาพวกเธอ. “ว๊าว ควยพ่อเธอแข็งแล้ว” น้องเมย์พูดอย่างตื่นเต้น. “ฮื่อ ใหญ่ดีไหมล่ะ” น้องแพรวตอบ. ทั้งคู่นั่งชื่นชมควยผมอยู่พักนึงแล้วผมก็ได้ยินน้องเมย์กระซิบ “เธอกล้าจับมั้ยล่ะแพรว”. ไม่ทันขาดคำ น้องแพรวก็เอื้อมมือมากำรอบท่อนควยของผู้เป็นพ่อแล้วรูดขึ้นลงเบา ๆ ลูกสาวผมเธอเล่นสาวยาว ๆ จากหัวควยยันลูกกระโปกเลยครับ. สัมผัสจากมืออุ่น ๆ ของน้องแพรวทำเอาควยผมเต้นผึงด้วยความตื่นเต้น สองสาวพากันหัวเราะคิก. “ตาเธอมั่งซิ” แล้วทั้งคู่ก็ผลัดกันเล่นของรักของผมอยู่ราวสองสามนาที. “เธอกล้าจูบมั้ย แพรว” น้องเมย์ท้าลูกสาวผม. ลูกสาวผมก็คนจริงเหมือนกัน เธอกำมือรอบควยผมแล้วโน้มตัวลงมาจูบส่วนหัวหยัก ขณะที่น้องแพรวยังกำควยผมอยู่ น้องเมย์ก็ก้มลงมาจูบควยผมด้วยอีกคน. “เธอเคยดูดควยผู้ชายมั้ย” ลูกสาวผมถาม. “บ้า ชั้นจะเคยได้ไง” น้องเมย์ตอบสะบัดแบบอาย ๆ. “เราน่ะเคยมาแล้ว ควยพ่อเราแข็ง ๆ อย่างนี้ชักอยากดูดแล้วซิ เดี๋ยวถ้าเราดูดแล้วเธอลองดูมั่งนะ”. “เอาก็เอา แต่ถ้าพ่อเธอเกิดตื่นขึ้นมากลางครันล่ะ” น้องเมย์ตอบ. “คงไม่หรอกมั้ง เมาออกขนาดนี้”. ว่าแล้วลูกสาวผมก็ก้มตัวลงใช้ริมฝีปากอ้าออกอมหัวควยผมแล้วเริ่มดูดเนิบ ๆ. ขณะที่เธอกำลังง่วนอยู่กับการดูดอยู่นั้น ผมรู้สึกว่ามืออีกข้างของเธอเลื่อนลงไปเล่นกับลูกกระโปกผมด้วย. ผมต้องใช้พลังใจอย่างที่สุดที่จะแกล้งทำเป็นเมาหลับไม่รู้เรื่องทั้งที่โดนความเสียวเล่นงานถึงขนาดนี้. แล้วก็ถึงคราวน้องเมย์ต้องดูดควยผมต่อ ผมเข้าใจว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นควยผู้ชาย เรื่องโม๊กนั้นเธอคงทำไม่เป็นแน่ ๆ. แล้วก็จริงดังคาด พออ้าปากอม เธอก็กดลงไปซะลึกจนสำลัก. “ค่อย ๆ ก่อนซิ อย่าให้เข้าไปลึกนัก แค่เลียกับดูดส่วนหัวก็พอ” ลูกสาวผมสอนน้องเมย์. น้องเมย์ค่อย ๆ ถอนปากขึ้นจนเหลือแต่ส่วนหัวควยผมอยู่ในปากอุ่น ๆ ของเธอ เธอค่อย ๆ วนลิ้นรอบ ๆ หัวหยักไปพร้อม ๆ กับรูดปากขึ้น ๆ ลง ๆ กับลำควยผมไปด้วย. ความเสียวสุขที่มีสาวสวยถึงสองคนมาดูดเลียควยมันเหลือที่จะบรรยายจริง ๆ. ในที่สุดน้องเมย์ก็ดูดจนพอแก่ใจแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่ง. ………………………………………………………………………………………………………………..
“เธอว่าพ่อเธอจะรู้สึกมั้ยว่าเราทำอะไรเค้าน่ะ” น้องเมย์ถาม. “ไม่มีทางหรอก เมาออกปานนี้ เอาน้ำมาสาดยังไม่ตื่นเลย”. “ถ้าจริงหยั่งเธอว่า กล้าเย็ดพ่อเธอมั้ยล่ะ” น้องเมย์พูดแล้วอายจนหัวเราะคิกออกมา. “ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ทำถึงขนาดนั้นเดี๋ยวตื่นกันพอดี” น้องแพรวตอบ. “โธ่เอ๊ย ที่แท้ก็ไม่กล้า ทำเป็นพูดดี” น้องเมย์เยาะ. “ใครว่าไม่กล้า ก็ได้ ชั้นจะทำให้ดู”. ในตอนนั้นผมคิดในใจกับตัวเองว่านี่มันเป็นความจริงหรือนี่ขณะที่ลูกสาวผมคลานลงจากเตียงแล้วถอดกางเกงในของเธอออก. จากนั้นเธอก็กลับขึ้นมาคร่อมตัวผมตรงลำควยที่ชี้โด่. น้องแพรวยื่นมือลงมาคว้าควยผมจ่อกับรูหีของเธอแล้วค่อย ๆ ทิ้งตัวลงกลืนควยพ่อบังเกิดเกล้าเข้าไปทีละน้อย. จากนั้นเธอก็เริ่มโยกตัวไปมากระเด้าควยผมช้า ๆ. ผมแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้เลย ผมอยากจะพลิกตัวขึ้นกอดน้องแพรวแล้วกระหน่ำเย็ดเธอให้สมใจอยากแต่ก็ไม่กล้าทำเช่นนั้นเพราะกลัวว่าพวกเธอจะตกใจกลัวแล้วความสุขเสียวที่ผมกำลังได้รับอยู่จะสิ้. นสุดลง ผมก็เลยได้แต่สะกดใจนอนนิ่งปล่อยให้ลูกสาวคนสวยของผมกระแทกกระทั้นเนินหีเข้ากับลำควยผม. ในขณะที่น้องเมย์จ้องมองดูอย่างสนใจ พักเดียวผมก็ได้ยินเสียงลูกสาวผมสูดปากครางออกมาก็เลยแอบเปิดเปลือกตาดู เห็นน้องแพรวหลับตาพริ้ม หายใจหอบแรงจนตัวสะท้านขณะที่เธอกำลังควบขี่อยู่บนตัวผมอย่างไม่หยุดยั้ง. และแล้วผมก็รู้สึกว่าหีน้องแพรวตอดรัดรอบลำควยผมและตัวเธอสั่นสยิวตอนที่ถึงจุดสุดยอด. ผมเองก็กลั้นไว้ไม่อยู่เหมือนกัน ควยผมระเบิดน้ำรักออกมาเต็มโพรงหีลูกสาว. น้องแพรวนั่งทับหน้าขาผมต่ออีกแป๊บนึงแล้วก็ลุกออกจากตัวผม หัวใจผมเต้นถี่เร็วจนกลัวว่ามันจะวายไปตอนนั้นเลย. “ตาเธอแล้วล่ะเมย์” เธอพูดกับน้องเมย์. แต่น้องเมย์เกิดใจไม่ถึงขึ้นมาเลยพากันกลับไปที่เต้นท์ ปล่อยให้ผมนอนหมดแรงอยู่คนเดียวทั้ง ๆ ที่ยังเงี่ยนไม่หาย เลยต้องยื่นมือลงไปใช้แม่นางทั้งห้าช่วยดับไฟอยากโดยจินตนาการว่าได้เย็ดกับน้องเมย์. ผมตัดสินใจว่าคืนพรุ่งนี้เป็นไงเป็นกัน ผมจะแกล้งเล่นเกมส์กับสองสาวแล้วจับเย็ดซะทั้งคู่ให้ได้. เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ผมตื่นมาก่อไฟขับไล่ความหนาวเหน็บ สมองผมยังคิดถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนอยู่ตลอดเวลา เมื่อคิดว่าได้เย็ดลูกสาวแท้ ๆ ของผมโดยแกเป็นฝ่ายคุมเกมส์เองทั้งหมด. มันยิ่งทำให้อารมณ์ผมเตลิดเปิดเปิงสุดกู่ ภาพที่เธอตะบี้ตะบันเย็ดควยผมยังติดตาตรึงใจไม่หาย ยิ่งคิดยิ่งทำให้เงี่ยนหนักขึ้นอีก. ผมได้ยินเสียงสาว ๆ ยุกยิกในเต้นท์แล้วพักเดียวน้องเมย์ก็ออกมาผิงไฟ. ผมแกล้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาก่อไฟต่อไปเหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน. น้องเมย์อยู่ในชุดนอนชุดเดิม ผมอดที่จะชื่นชมความงามในสรีระเต็มสาวของเธอเสียไม่ได้ ผมยาวเลยบ่าลงมารับกับผิวเนียนขาว. น้องเมย์หันหลังให้กับกองไฟเพื่อให้ด้านหลังเธออุ่นขึ้น พอเห็นเธอหันหลังให้ ผมก็แกล้งก้มตัวต่ำลงไป ทำทีเป็นสอดกิ่งไม้ไว้ใต้กองไฟ. ในตำแหน่งนี้ ผมสามารถมองลอดชายชุดนอนขึ้นไปได้สะดวกโยธิน. สายตาผมโลมไล้ตามท่อนขายาวขาวอวบขึ้นไปจนถึงกางเกงในสีขาวตัวน้อย. ผมนั่งอยู่ตรงนั้นดื่มด่ำกับความกลมกลึงของก้นเธอ ในใจก็นึกอยากจะยื่นมือไปบีบขยำให้หายหมั่นเขี้ยวเหลือเกิน. ควยผมเกิดทำท่าจะแข็งตัวขึ้นมา เลยต้องลุกขึ้นไปเตรียมทำอาหารเช้า. ผมได้ยินเสียงลูกสาวผมเดินออกมาจากเต้นท์ ตอนที่ผมเดินออกมาจากรถบ้านพร้อมอาหารเช้านั้น เธอก็กำลังคุยกับน้องเมย์อยู่ข้างกองไฟ. “อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ เมื่อคืนหลับสบายมั้ยคะ” ลูกสาวผมถาม. “จ้ะ หลับเป็นตายเลย” ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง. “แหงล่ะซิคะ เมื่อคืนพ่อเมาแปร๋จนหนูต้องช่วยพยุงพ่อไปนอนที่เตียงเลยแหละ” เธอเสริม แล้วสองสาวก็มองตากันหัวเราะคิกคักไปด้วย. “หวังว่าเมื่อคืนพ่อคงไม่ทำอะไรเปิ่น ๆ ออกไปนะ” ผมตอบ. “เปล่าค่ะ เมื่อคืนพ่อออกจะทำตัวดีกว่าทุกครั้งด้วยซ้ำ” น้องแพรวยิ้มสดชื่น. หลังอาหารเช้า สองสาวพากันออกไปเดินเที่ยวป่า ทิ้งให้ผมอยู่เฝ้าแค้มป์คนเดียว ระหว่างนั้นผมก็ทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ หาฟืนมาเพิ่มแล้วเดินไปที่ลำธารกะว่าจะลองตกปลาดู. ขณะที่ผมเดินเลียบลำธารไปนั้น ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของลูกสาวผมแว่วมาจากอีกฝั่งของลำธาร. ผมแอบย่องเงียบ ๆ เข้าไปใกล้บริเวณที่สองสาวนั่งอยู่แล้วเงี่ยหูฟังพวกเธอคุยกัน. “เมื่อคืน ตื่นเต้นจังเลยเนอะแพรว” ผมได้ยินน้องเมย์พูด. “ฮื่อ สุดบรรยายเลยล่ะ จริง ๆ เราอยากเย็ดพ่อมาตั้งนานแล้วแต่ใจไม่กล้าพอ” ลูกสาวผมตอบ. “แล้วดีไหมล่ะ รู้สึกไงบ้าง” น้องเมย์ถาม. “บรรยายไม่ถูกเลยล่ะ รู้แต่ว่าตอนที่ควยพ่อเสียบเข้าไปในหีเราน่ะ มันสุดยอดเลย”. “น้ำเธอแตกมั้ย”. “อื้อ คิดว่าพ่อก็คงน้ำแตกด้วยแหละ”. “จริงเหรอ”. “คิดว่างั้นนะ เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้สึกมีอะไรอุ่น ๆ วาบเข้ามา คิดว่าคงเป็นน้ำจากควยพ่อฉีดเข้ามาในหีเราน่ะ”. “ว้า ได้ยินเธอพูดยังงี้ชักเสียดายโอกาสเมื่อคืนขึ้นมาตะหงิด ๆ แต่เราเกิดปอดขึ้นมาซะก่อน ก็เราไม่เคยนอนกะผู้ชายมาก่อนนี่นา” น้องเมย์สารภาพ. “นี่เธอยังซิงอยู่เลยเหรอ”. “จ้ะ จริง ๆ ก็อยากอยู่นะ แต่ไม่รู้จะทำยังไง กลัวเจ็บด้วย”. “เจ็บแป๊บเดียวตอนเยื่อพรหมจรรย์ฉีกเท่านั้นแหละ หลังจากนั้นจะรู้สึกดีมาก ๆ เลย” ลูกสาวผมบอกน้องเมย์. ยิ่งได้ยินว่าน้องเมย์ยังบริสุทธิ์อยู่ยิ่งทำให้ผมอยากเย็ดเธอมากยิ่งขึ้น แค่นึกภาพตอนที่ผมได้เปิดบริสุทธิ์เธอเท่านั้น ควยผมงี้แข็งปั๋งขึ้นมาทันที. ผมต้องหาทางลากเธอขึ้นเตียงมาขย่มให้อร่อยจนร้องผัวคะผัวขาให้ได้เลยเชียว คิดแล้วผมก็ผละกลับไปแค้มป์อย่างเงียบกริบ. ในที่สุดสองสาวก็กลับมาที่แค้มป์ เรานั่งคุยกันรอบกองไฟ ตลอดวันนั้น ผมเอาแต่หมกมุ่นครุ่นคิดหาวิธีฟันน้องเมย์ให้ได้. หลังอาหารเย็น ผมถามสองสาวว่า”อยากเล่นเกมส์มั้ย ”. ผมรู้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนแล้วว่าพวกเธอชอบเล่นเกมส์คนกล้าท้าวัดใจ ในใจก็ภาวนาให้พวกเธอคนใดคนหนึ่งเสนอให้เล่นเกมนี้ทีเถอะ. “แล้วพ่ออยากเล่นเกมส์อะไรล่ะคะ” ลูกสาวผมถาม. “พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วสมัยนี้เด็ก ๆ รุ่นเราน่ะเขาชอบเล่นอะไรกันล่ะ” ผมถาม. พวกเธอมองหน้ากันแล้วหัวเราะ “เกมส์คนกล้าท้าวัดใจค่ะ” ลูกสาวผมเป็นคนตอบ. “แล้วเกมส์นี้เล่นยังไงเหรอ” ผมถาม แกล้งทำเป็นไม่รู้จัก. “ง่ายมากเลยค่ะ ฝ่ายนึงจะถามว่ากล้ามั้ยกล้า ถ้าอีกฝ่ายเลือกตอบว่าไม่กล้า ฝ่ายแรกก็จะถามคำถามอะไรก็ได้แล้วอีกฝ่ายจะต้องตอบตามความจริง แต่ถ้าเลือกตอบว่ากล้า ก็จะต้องทำตามคำท้าของฝ่ายที่ถาม”. “ได้เลย พ่อเล่นด้วย” ผมตอบ. แล้วเราก็พากันลุกขึ้นเดินเข้าไปเล่นเกมส์นี้กันในรถบ้าน สาว ๆ นั่งบนโซฟา ส่วนผมนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามพวกเธอ. แรก ๆ เราเล่นกันแบบไม่จริงจังมากนัก คำถามก็เป็นแบบไร้สาระ ส่วนคำท้าก็ไม่มีแก่นสารอะไร. ผมก็เลยคิดว่าต้องเพิ่มดีกรีความร้อนแรงของเกมส์ให้มากขึ้นอีกหน่อย ผมถามลูกสาวผมว่า”กล้าหรือไม่กล้า” เธอตอบว่า”กล้า”. “พ่อท้าให้ลูกถอดเสื้อผ้าให้เหลือแต่อันเดอร์แวร์แล้วนั่งทั้ง ๆ ยังงั้นจนตลอดเกมส์”. “ตายแล้ว ท้าอะไรยังงั้นคะพ่อ”. “ก็ลูกพูดเองไม่ใช่เหรอว่า ถ้ากล้าก็ต้องทำอะไรตามที่อีกฝ่ายท้า นั่นแหละคำท้าของพ่อ” ผมยืนยัน. น้องแพรวกัดริมฝีปากแล้วลุกขึ้นปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด. ผมจ้องตาไม่กระพริบตอนที่เธอแหวกเสื้อออกแล้วปล่อยให้มันร่วงลงไปกองกับพื้น เต้านมเธออวบอิ่มเต็มบราสีดำลายลูกไม้. ต่อจากนั้นน้องแพรวก็ปลดขอกางเกงแล้วปล่อยให้มันรูดลงไปกองรวมกับเสื้อที่พื้น. ตอนนี้ลูกสาวคนสวยของผมยืนอยู่เบื้องหน้าผมในชุดชั้นในบาง ๆ เท่านั้น. น้องแพรวหน้าแดงก่ำด้วยความอาย แต่เธอก็นั่งลงเล่นเกมส์ต่อไป. “เมย์ เธอกล้าไม่กล้า” ลูกสาวผมถาม. “ไม่กล้า”. “เธอเคยนอนกับผู้ชายมั้ย”. “มะ..ไม่เคย” น้องเมย์ตอบตะกุกตะกัก
รอบต่อไป ถึงคราวน้องเมย์ถามลูกสาวผมว่า”กล้าหรือไม่” ลูกสาวผมตอบว่า”กล้า”อีกครั้ง. “ฉันท้าให้เธอจูบพ่อเธอ กล้ามั้ย”. น้องแพรวลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผมแล้วนั่งลงบนตัก เธอโน้มตัวลงมาหาและริมฝีปากเราสองพ่อลูกก็ประกบกันแนบสนิท. ควยผมก็เต้นกระดุบ ๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันทีเมื่อได้เสียดสีสัมผัสกับเรือนร่างที่เกือบเปลือยของลูกสาว. ผมรู้สึกได้ว่าลิ้นอุ่น ๆ ชื้น ๆ ของน้องแพรวสอดเข้ามาในปากผม เราแลกจูบกันอยู่สองสามนาทีเห็นจะได้ก่อนที่เธอจะผละกลับไปนั่งที่โซฟา. คราวนี้ตาผมบ้าง ผมถามน้องเมย์ว่า”กล้าหรือไม่”. “ทำไมจะไม่กล้าล่ะคะ กล้าซิ”. “พ่อท้าให้หนูถอดเสื้อผ้าออกให้เหมือนแพรว” ผมบอก. ผมจ้องตาแทบถลนขณะที่สาวสวยเบื้องหน้าเปลื้องผ้าเปลื้องผ่อนจนเหลือแต่บรากับกางเกงในติดตัวเท่านั้น หน้าอกเธอไม่ใหญ่มากแต่ดูแน่นเฟิร์ม. ถ้าสังเกตดี ๆ จะพอมองเห็นหัวนมดันเนื้อบราออกมา ส่วนด้านล่างนั้น ก็มองเห็นเงาราง ๆ ของขนหมอยข้างใต้เนื้อผ้าลูกไม้สีขาวของกางเกงใน. แบบนี้ชัวร์เลยว่าเธอคงไม่เคยเล็มมัน ถึงตาน้องแพรวถามผมบ้างแล้ว ผมตอบว่า”กล้า”. “หนูท้าให้พ่อถอดเสื้อผ้าให้หมดไม่ให้เหลืออะไรเลยค่ะ”. “อื้อม์ พ่อว่ามันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะลูก” ผมแกล้งเล่นบทบาทพ่อผู้ห่วงใยลูกสาว. “ไม่ได้ค่ะ พ่อก็รู้กติกานี่คะว่าพ่อต้องรับคำท้าของหนู” เธอพูดกระเง้ากระงอด. ผมทำเป็นจำใจยืนขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแต่ในใจลิงโลดเป็นที่สุด ตอนถอดเสื้อ ผมพยายามออกท่าทางให้ดูเซ็กซี่หน่อย ๆ สองสาวจ้องตาเป็นมันเลยล่ะ. ต่อจากนั้นผมก็ยื่นมือลงไปปลดซิปกางเกงแล้วรูดมันลง ในตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าสองสาวโดยเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียวเท่านั้น. ผมแกล้งอยู่ในท่านั้นเกือบนาทีจนลูกสาวผมพูดว่า “กางเกงในด้วยซิคะ”. พอได้ยินอย่างนั้นผมก็ยื่นมือลงไปจับยางยืดขอบกางเกงในแล้วดันมันลงไปช้า ๆ ตาผมก็สังเกตปฏิกิริยาของสองสาวไปด้วย. พวกเธอทำตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อควยที่แข็งปานเสาเข็มของผมโผล่ออกมาชมโลก. ท่อนขาน้องแพรวแยกออกจากกันเล็กน้อยจนผมมองเห็นได้จะจะว่ากางเกงในเธอเปียกไปหมดแล้ว. พอรู้ว่าลูกสาวผมกำลังเงี่ยน ความงุ่นง่านในใจผมก็กำเริบหนักยิ่งขึ้นไปอีก. แล้วก็ทำให้ต้องจินตนาการต่อว่าแล้วน้องเมย์ล่ะหีเธอจะกำลังแฉะเหมือนลูกสาวผมรึเปล่านะ. เที่ยวนี้น้องเมย์เป็นคนถามผมบ้าง แน่ละครับผมตอบว่า”กล้า”. “เมย์ท้าให้คุณพ่อจูบตรง..ตรงนั้นของแพรวค่ะ”
อย่างนี้ก็สวยซิครับ รอจังหวะนี้มานานแล้ว ผมรีบทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหน้าลูกสาวผม แล้วจับขาเธอแหกกว้างออกจนสุดล้า. ขณะที่ผมก้มหัวต่ำลงไปใกล้ จมูกก็ได้กลิ่นสาปสาวหอมหวนล่องลอยขึ้นมาจากเนินสวาทของน้องแพรว. ผมพรมจูบเบา ๆ ที่ขาอ่อนด้านในก่อนแล้วค่อยเลื่อนมาจูบไซ้ตรงรอยเปียกบนกางเกงใน รสชาดน้ำหวานลูกสาวผมหวานอร่อยชื่นใจเหลือเกิน. ระหว่างที่ผมกำลังเพลินอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงน้องแพรวสูดปากเหมือนคนกินพริกเผ็ด ๆ บางครั้งก็ครางออกมา. จนถึงตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนผม เหลือแต่ทำยังไงให้เจ้าลูกชายผมได้รับการปรนนิบัติบ้างเท่านั้นแหละ. ดังนั้นพอถึงคราวของผม ผมก็ถามลูกสาวผมว่า”กล้าหรือเปล่า”. มาถึงตอนนี้มีแต่คนตอบว่า”กล้า”ทั้งนั้น น้องแพรวก็รับคำท้าเช่นกัน. “พ่อท้าให้หนูจับควยพ่อขณะแลกจูบไปด้วย” ผมบอก. น้องแพรวลุกขึ้นแล้วเดินมายืนในซอกขาผมที่แยกกว้างออก ระหว่างที่เราแลกจูบกันนั้นผมรู้สึกว่ามือน้อย ๆ ของเธอเลื่อนลงไปด้านล่าง นิ้วเธอลูบไล้เล่นกับหัวหยักผม. แล้วกรีดนิ้วลากลงไปตามความยาวของท่อนเอ็นจนถึงพวงไข่แล้วลากย้อนกลับขึ้นมา. พอใกล้ถึงส่วนหัวบาน เธอก็กำมือรอบท่อนเอ็นผมแล้วกระทอกสั้น ๆ เนิบ ๆ. ความรู้สึกผมตอนนั้นมันสุขล้นเหลือจนพูดไม่ถูก มือน้อย ๆ ของลูกสาวกำลังเล่นกับควยผมและเธอก็ทำไปด้วยความเต็มใจและความตั้งใจของเธอเองด้วย. คงได้เวลาที่จะดึงน้องเมย์เข้ามาร่วมสนุกด้วยแล้ว ผมคิด. พอน้องแพรวกลับไปนั่งที่โซฟา เธอก็ถามน้องเมย์บ้าง น้องเมย์ก็รับคำท้า. “เธอกล้าให้พ่อชั้นจับมั้ย”. น้องเมย์หน้าแดงซ่านด้วยความอายแต่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหาผม ผมเอนตัวเข้าหาแล้วจูบปากเธออย่างนุ่มนวลพร้อมยื่นมือออกไปลูบไล้พวงถันของเธอโดยไม่ลืมกวาดมือผ่านหัวนมเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ไปด้วย. จากนั้นผมก็ลดมือลงไปผ่านหน้าท้องเรียบเนียนแล้วแยกขาเธอถ่างออกจากกัน. น้องเมย์ร้อง”อุ๊ย”ออกมาเบา ๆ ตอนที่ผมเน้นฝ่ามือลงกับเนินโคกหีบริสุทธิ์ของเธอ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอถูกมือชายล่วงล้ำเอาถึงขนาดนี้ ดูเธอตื่นเต้นเอามาก ๆ. ผมลากนิ้วขึ้นลงอย่างแผ่วเบาไปตามร่องแคมที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าลูกไม้ กางเกงในน้องเมย์เปียกชุ่มไปหมด. ผมสอดนิ้วเข้าไปใต้ขอบกางเกงในแล้วเขี่ยเม็ดเสียวของเธอเล่น พอนิ้วผมแตะโดนผมก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังเงี่ยนจัด เพราะมันบวมเป่งทีเดียว. น้องเมย์ครางเสียงกระเส่าแล้วส่งลิ้นเข้ามาในปากผม ผมลากนิ้วลงมาเขี่ยวนอยู่รอบปากรูหี ร่องที่คับแคบของเธอ. ขณะที่ผมจูบและฟอนเฟ้นไปทั่วร่างงามนั้น ผมก็จับมือเธอมาวางแหมะบนควยผม. น้องเมย์เริ่มเป็นงาน เธอลูบคลำมันอย่างแผ่วเบา และในไม่ช้าเธอก็กระทอกเอ็นผมแบบเต็มสูบ. น้องเมย์หอบหายใจแรงจนตัวสั่นเทิ้ม ผมรู้ว่าเธอใกล้จะถึงจุดสุดยอดแล้ว. ความรู้สึกผมตอนนั้นมันเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ด อยากจะเย็ดสองสาวใจจะขาด ผมจึงไม่อยากให้น้องเมย์ชิงขึ้นสวรรค์ไปเสียก่อนเพราะแผนขั้นต่อไปของผมยังมีต่อ. ผมเลยหยุดมือไว้แค่นั้นแล้วกลับมาเล่นเกมส์กันต่อ. พอถึงตาผมถามบ้าง ผมก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาเปลี่ยนกฏกติกากันสักเล็กน้อยแล้วล่ะ ผมอยากเลิกเล่นเกมส์นี้เร็ว ๆ จะได้เริ่มเปิดสงครามเนื้ออ่อนกับสองสาวน้อยวัยร้อนรักเสียที. “เอาล่ะสาวน้อย ครั้งสุดท้ายแล้วนะ พ่อท้าพวกหนูทั้งสองคนพร้อม ๆ กันเลย กล้ามั้ย” ผมบอกพวกเธอ. “กล้าซิคะ” ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน. “นี่คือคำท้าของพ่อ แพรวถอดเสื้อผ้าออกให้หมดแล้วไปนอนรอบนที่นอนสำรอง ส่วนเมย์ก็เหมือนกัน ไปนอนรอที่เตียงท้ายรถ แล้วพ่อจะไปหาเราทีละคน กล้ามั้ยล่ะ”. ผมลุกขึ้นแล้วเดินลงจากรถ สุมฟืนให้กองไฟ และเป็นการเปิดโอกาสให้สองสาวได้เตรียมพร้อมไปด้วยในตัว. ควยผมร้อนระอุเหมือนกองไฟที่ผมกำลังเร่งโหมอยู่ในขณะนี้. พอกลับไปที่รถบ้านผมสังเกตเห็นไฟหรี่ที่ห้องท้ายรถเปิดอยู่ เห็นเงาร่างน้องเมย์อยู่บนเตียง ผมเดินกลับเข้าไปในรถแล้วตรงเข้าห้องพร้อมปิดประตูตามหลัง. ผมขึ้นไปคุกเข่าบนเตียงตรงปลายขาเธอแล้วกวาดสายตาสำรวจร่างอวบเปลือยเต็มสาวเบื้องหน้า เลือดในกายผมฉีดแรงตอนเอื้อมมือออกไปแยกขาเรียวงามคู่นั้นออกจากกัน. ผมก้มลงไปจูบแผ่ว ๆ ตรงขาอ่อนด้านใน แล้วก็ลากลิ้นขึ้นลงตามรอยแยกของกลีบแคมที่มีน้ำเสียวซึมออกมาอย่างเห็นได้ชัด. บางจังหวะก็แทงลิ้นเข้าใส่ติ่งแตดเธอด้วย น้องเมย์หลับตาปี๋แล้วเริ่มส่งเสียงครางเมื่อผมซุกหน้าลงไปคลุกเคล้ากับเนินหีเธอ. ผมเปลี่ยนไปใช้จังหวะลากลิ้นแบบยาว ๆ แล้วก็ได้ผล น้องเมย์ทนความเสียวที่รุมเร้าไม่ไหว ต้องแยกขาออกเองเปิดทางให้ผมเข้าไปสัมผัสส่วนเร้นลับที่สุดของเธอได้โดยสะดวก. น้ำเสียวของเธอไหลย้อยลงมาถึงปลายคางผมแล้วหยดลงบนเตียง. น้องเมย์แอ่นก้นกลมกลึงขึ้นจากเตียงเด้งเข้าใส่หน้าผมตอนที่ผมดูดเน้นเบา ๆ ที่เม็ดแตด เสียงครวญครางของเธอดังขึ้นเรื่อย ๆ. ผมรู้ว่าเธอใกล้ถึงแล้วเลยเร่งลิ้นกวาดไปทั่วโคกนูน ปากก็ดูดกินน้ำรักของเธอไปด้วย. และแล้วน้องเมย์ก็แอ่นตัวขึ้นจากพื้นเตียงจนก้นลอยโด่ง เนื้อตัวสั่นระริก หายใจหอบเหมือนคนจะจมน้ำตาย. ผมยังคงฉกลิ้นกับติ่งแตดของเธออย่างต่อเนื่อง. “อูยยย์ ซี๊ดดด์ คุณพ่อขา อย่าหยุดนะคะ ช่วยเมย์ด้วย” เธอกรีดร้องออกมา. ผมห่อลิ้นแยงเข้าไปในรูหี ส่วนปลายจมูกก็ถูไถบี้บดกับเม็ดแตด ท่านี้ทำเอาน้องเมย์อารมณ์เสียวถึงจุด น้ำหีเธอทะลักมาเข้าปากผมที่อ้ารออยู่ รสชาดมันอร่อยสุด ๆ. จนผมต้องดูดกลืนทุกหยดหยาดที่พรั่งพรูออกมาจากโพรงหีเธอ. “เมย์มีความสุขเหลือเกินค่ะคุณพ่อ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ยว่าเวลาน้ำแตกมันรู้สึกดีขนาดนี้” น้องเมย์พูด. “ยังหรอกจ้ะ ยังมีเด็ดกว่านี้อีก” ผมบอกเธอขณะเลื่อนตัวขึ้นไปจนควยผมจ่อตรงกับปากแคมหีที่ชุ่มฉ่ำของเธอ. “จะเจ็บมั้ยคะเนี่ย”.
ที่มา:อินเตอร์เน็ต