มืด

เมื่อความปลอดภัยของพนักงานสำคัญกว่ายอดขาย

🇹🇭 ไทย
ความเร็ว: 1.0x
สถานะ: พร้อม
×

ความช่วยเหลือในการตั้งค่าการเล่น

หากใช้ Chrome/Edge แล้วแต่ยังเล่นไม่ได้ ให้ตรวจสอบการตั้งค่า โทรศัพท์/PC ของคุณ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือ TTS เปิดใช้งานอยู่ โดยใช้ภาษาที่คุณต้องการฟัง

สำหรับผู้ใช้ Android และระบบปฏิบัติการอื่นๆ

สำหรับผู้ใช้ Android, Harmony, Lineage, Ubuntu Touch, Sailfish, ColorOS / FuntouchOS, hyperOS ฯลฯ
เข้าสู่เมนู: เปิดการตั้งค่า > การเข้าถึง > การแสดงผลข้อความเป็นเสียง
หากไม่มี ให้ไปที่ การตั้งค่า > ช่องค้นหาด้านบน > พิมพ์ "text-to-speech" หรือ "text"
จากนั้นเลือก ข้อความเป็นเสียง หรือสิ่งที่คล้ายกัน
หากต้องการเพิ่มภาษา ให้คลิกไอคอนฟันเฟือง ⚙ > ติดตั้งข้อมูลเสียง แล้วเลือกภาษาที่ต้องการ

สำหรับผู้ใช้ iOS

ไปที่ การตั้งค่า > การเข้าถึง > เนื้อหาที่อ่านออกเสียง
หรือ การตั้งค่า > ช่องค้นหาด้านบน > พิมพ์ "เนื้อหาที่อ่านออกเสียง" แล้วกด enter
หากต้องการเพิ่มภาษา ให้เลือก เสียง แล้วเลือกเสียงที่ต้องการ

สำหรับผู้ใช้ PC MacOS

เข้าสู่เมนู: คลิกเมนู Apple () > การตั้งค่าระบบ > การเข้าถึง > เนื้อหาที่อ่านออกเสียง

สำหรับผู้ใช้ Windows

Windows 10 & 11
เข้าสู่เมนู: เปิดเริ่มต้น > การตั้งค่า > เวลาและภาษา > การพูด (Speech)
Windows 7 & 8
Control Panel > Ease of Access > Speech Recognition > Text to Speech
Windows XP
Start > Control Panel > Sounds, Speech, and Audio Devices > Speech
Windows 2000 & ME
Start > Settings > Control Panel > Speech
สำหรับผู้ใช้ PC ประเภทอื่น เช่น Linux, ChromeOS, FreeBSD ฯลฯ
โปรดค้นหาวิธีเปิดใช้งาน text-to-speech ในโปรแกรมค้นหา เช่น Google, Bing เป็นต้น

หมายเหตุ ในขณะนี้ หน้านี้ทำงานตามเครื่องมือของอุปกรณ์คุณ
ดังนั้นเสียงที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับเครื่องมือ TTS ของอุปกรณ์คุณ

เมื่อความปลอดภัยของพนักงานสำคัญกว่ายอดขาย

. . การศึกษาและวิจัยการทำงานของคน ระยะเวลา 38 ปี ในประเทศฟินแลนด์ พบว่า อายุไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่มีผลต่อ ความสามารถในการทำงานอย่างมาก และเมื่ออายุ 65 ปีไปแล้วจะมีสิ่งที่เหลืออยู่ 2. อย่างคือประสบการณ์และความรู้ ที่สำคัญคือ ขีดความสามารถและการสร้างความสัมพันธ์จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้นองค์กรควรกลับมาสนใจแล้วว่าเราจะใช้ความสามารถ. ด้านไหนของคนให้เหมาะสมตามช่วงอายุและต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพไปพร้อมกันด้วย จึงเป็นที่มาของการฉุกคิดประเด็นสุขภาพกับการทำงาน ในเวทีอภิปราย เรื่อง "ต้นแบบความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน. ช่วยสถานประกอบกิจการ ได้อย่างไร?". ภายใต้งาน "10 พฤษภาคม วันความปลอดภัยใน การทำงานแห่งชาติ" โดย นพ.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.
) ดร.
ชัยยุทธ ชวลิตนิธิกุล คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายดำรงค์ เปรมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยแรงงาน ดำเนินรายการและร่วมอภิปราย. นพ.
ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ บอกว่า สุขภาพกับการทำงานต้องไปด้วยกันเสมอ เพราะคนที่พร้อมย่อมทำงานได้ดีกว่าคนที่ไม่พร้อม สิ่งที่มีผลต่อสุขภาพมี 3 อย่าง ได้แก่ 1.
สิ่งคุกคาม 2.
ความเสี่ยง และ 3.
อันตราย ซึ่งหัวใจสำคัญในการป้องกันคือ "การรักษาความปลอดภัย" โดยเกิดจากความรู้และประสบการณ์. จากการทำงานของคนทำงานนั่นเอง แต่นั่นเป็นเพียงการป้องกันในระดับตัวบุคคลเท่านั้น หากมองในแง่ของสถานประกอบกิจการในประเทศไทย ปัจจุบันพบว่า ยังขาดความจริงจังและให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของพนักงานน้อยมาก. แต่ยังมุ่งเน้นไปที่ผลผลิตและกำไรมากกว่า ตัวอย่างเช่น การลงทุนเครื่องจักรราคาถูกแต่ความปลอดภัยต่ำ การไม่ให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่จะช่วย ลดความเสี่ยง. และขาดการให้ความรู้ในการใช้งานที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอันตรายจากเครื่องมือในการทำงาน. "หนึ่งสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการทำงานมากที่สุดโดยไม่รู้ตัวคือ "สภาพแวดล้อมในการทำงาน" ซึ่งนอกจากปัจจัยทางกายภาพ เคมี และชีวภาพแล้ว ยังมีอีก 2. ปัจจัยที่บ้านเรายังไม่ให้ความสำคัญในขณะที่ประเทศที่เจริญแล้วยกให้เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อผลผลิตของประเทศเลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็คือ ปัจจัยด้านท่าทางในการทำงาน และปัจจัยด้านจิตวิทยาและสังคม. กล่าวง่ายๆ คือ เครื่องมือเกือบทุกชนิดจะถูกออกแบบเพื่อเฉพาะ อาชีพนั้นๆ หรือแม้กระทั่งสีผนังของห้องนั้นยังมีผลต่อประสิทธิภาพ ในการทำงานได้ เพราะสีมีผลต่ออารมณ์และอารมณ์ก็จะส่งผล ต่อการทำงานได้เช่นกัน". นพ.
ชาญวิทย์ บอกเพิ่มเติม ด้าน ดร.
ชัยยุทธ ชวลิตนิธิกุล กล่าวว่า มาตรการด้านความปลอดภัยในเรื่องสุขภาพ ของพนักงานหรือลูกจ้างตามที่ กฎหมายกำหนดนั้น คือ การตรวจสุขภาพ แต่กลับพบว่าตอนนี้เรื่องการตรวจสุขภาพเป็นไปในแง่ของธุรกิจ มีการจัดโปรแกรมตรวจสุขภาพกับสถานประกอบ. กิจการในแบบเหมาจ่าย หลังจากตรวจสุขภาพแล้วจึงขาดการนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์หาปัจจัยเสี่ยง หรือหาแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพของลูกจ้าง ซึ่งเป็นเพียงการตรวจสุขภาพตาม ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น. นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อลูกจ้างแล้วยังเป็นการเสียค่าใช้จ่ายแบบไม่คุ้มเสีย อีกทั้งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องก็ยังขาดความจริงจังในการดูแล ทำให้เกิดคำถามว่า. โครงการตรวจสุขภาพที่กำหนดเป็นมาตรการนั้นเกิด ผลสำเร็จต่อลูกจ้างแล้วหรือยัง? "ครั้งนี้จึงเกิดความร่วมมือกันระหว่าง สสส.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักความปลอดภัยแรงงาน ร่วมกันศึกษาประสบการณ์ และข้อเท็จจริงของความสำเร็จจากประเทศอื่นๆ ที่มีกระบวนการการจัดการเรื่องนี้อย่างดี แล้วนำข้อมูลมาสร้างต้นแบบในการพัฒนาและแก้ไขเรื่องนี้ต่อไป. ที่สำคัญคือในกระบวนสร้างต้นแบบนี้จะต้องให้คนจากสถานประกอบกิจการทั่วประเทศเข้ามามีบทบาทด้วยเพราะคนในพื้นที่ย่อมรู้ดีกว่าแน่นอน จึงจะถือได้ว่าเป็นการพัฒนาและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง" ดร.
ชัยยุทธ บอก ซึ่งเรื่องนี้ นพ.
ชาญวิทย์ เสริมว่า ผลสำเร็จที่จะตามมาในอนาคตก็คือ เจ้าของสถานประกอบกิจการจะรู้ว่าลูกจ้างกำลังเสี่ยงกับอะไรบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขลดความเสี่ยงนั้น ซึ่งนั่นเท่ากับว่าคุณได้รักษาผลประโยชน์ของกิจการของคุณไว้ ไม่เพียงเท่านั้นคุณยังรักษารายได้ของประเทศอีกด้วย เพราะหนึ่งคนก็สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้. ดังนั้น การลงทุนด้านความปลอดภัยไม่ใช่การเพิ่มต้นทุน แต่เป็นการทำให้พนักงานทุกคนรวมถึงเจ้าของสถานประกอบ กิจการมีความปลอดภัยร่วมกัน ซึ่งคุ้มค่ากว่าการสูญเสียที่จะตามมา อีกมากมาย. ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด. . . .
ที่มา:อินเตอร์เน็ต