มืด

เราไม่ควรกินยาพร้อมกับน้ำอะไรบ้าง

🇹🇭 ไทย
ความเร็ว: 1.0x
สถานะ: พร้อม
×

ความช่วยเหลือในการตั้งค่าการเล่น

หากใช้ Chrome/Edge แล้วแต่ยังเล่นไม่ได้ ให้ตรวจสอบการตั้งค่า โทรศัพท์/PC ของคุณ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือ TTS เปิดใช้งานอยู่ โดยใช้ภาษาที่คุณต้องการฟัง

สำหรับผู้ใช้ Android และระบบปฏิบัติการอื่นๆ

สำหรับผู้ใช้ Android, Harmony, Lineage, Ubuntu Touch, Sailfish, ColorOS / FuntouchOS, hyperOS ฯลฯ
เข้าสู่เมนู: เปิดการตั้งค่า > การเข้าถึง > การแสดงผลข้อความเป็นเสียง
หากไม่มี ให้ไปที่ การตั้งค่า > ช่องค้นหาด้านบน > พิมพ์ "text-to-speech" หรือ "text"
จากนั้นเลือก ข้อความเป็นเสียง หรือสิ่งที่คล้ายกัน
หากต้องการเพิ่มภาษา ให้คลิกไอคอนฟันเฟือง ⚙ > ติดตั้งข้อมูลเสียง แล้วเลือกภาษาที่ต้องการ

สำหรับผู้ใช้ iOS

ไปที่ การตั้งค่า > การเข้าถึง > เนื้อหาที่อ่านออกเสียง
หรือ การตั้งค่า > ช่องค้นหาด้านบน > พิมพ์ "เนื้อหาที่อ่านออกเสียง" แล้วกด enter
หากต้องการเพิ่มภาษา ให้เลือก เสียง แล้วเลือกเสียงที่ต้องการ

สำหรับผู้ใช้ PC MacOS

เข้าสู่เมนู: คลิกเมนู Apple () > การตั้งค่าระบบ > การเข้าถึง > เนื้อหาที่อ่านออกเสียง

สำหรับผู้ใช้ Windows

Windows 10 & 11
เข้าสู่เมนู: เปิดเริ่มต้น > การตั้งค่า > เวลาและภาษา > การพูด (Speech)
Windows 7 & 8
Control Panel > Ease of Access > Speech Recognition > Text to Speech
Windows XP
Start > Control Panel > Sounds, Speech, and Audio Devices > Speech
Windows 2000 & ME
Start > Settings > Control Panel > Speech
สำหรับผู้ใช้ PC ประเภทอื่น เช่น Linux, ChromeOS, FreeBSD ฯลฯ
โปรดค้นหาวิธีเปิดใช้งาน text-to-speech ในโปรแกรมค้นหา เช่น Google, Bing เป็นต้น

หมายเหตุ ในขณะนี้ หน้านี้ทำงานตามเครื่องมือของอุปกรณ์คุณ
ดังนั้นเสียงที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับเครื่องมือ TTS ของอุปกรณ์คุณ

เราไม่ควรกินยาพร้อมกับน้ำอะไรบ้าง

. . เภสัชกรแนะนำว่า การกินยากับน้ำเปล่า ปลอดภัยกว่า หากกินยากับเครื่องดื่มอื่นๆ อาจส่งผลกับร่างกาย ดังนี้. น้ำส้ม อาจยับยั้งเอ็นไซม์ ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงยาบางชนิด ให้ร่างกายนำไปใช้ ทำให้ยามีประสิทธิภาพน้อยลง แต่ออกฤทธิ์ข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ มากขึ้น. ชา กาแฟ เครื่องดื่มโคล่า การบริโภคคาเฟอีนเป็นประจำขณะกินยารักษาโรคหอบหืด จะทำให้เกิดผลข้างเคียงมากขึ้น คาเฟอีน ทำให้กระเพระอาหารระคายเคือง. นม แคลเซียม จะยับยั้งการดูดซึมปฏิชีวนะ บางชนิด. แอลกอฮอล์ ทำให้ตับเสียหายได้หากดื่มเป็นประจำร่วมกับยาแก้ปวดอะเซตามิโนเฟน ลดประสิทธิภาพยารักษาอาการซึมเศร้า. เครื่องดื่มที่มีเส้นใยพืช ใยพืชอาจไปจับกับบาได้มากมายหลายชนิด ทำให้ยาเหล่านั้นมีประสิทธิภาพลดลง. ยากับเหล้า เบียร์ ไวน์ แอลกอฮอล์. เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่ม อาทิ เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้สติสัมปชัญญะของเราลดลง หากรับประทานร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายกังวล ยาต้านซึมเศร้า. อาจทำให้ง่วงซึม ขาดสมาธิ ได้มากกว่าปกติถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติ และหยุดหายใจไปเลยก็ได้ แอลกอฮอล์ยังมีพิษต่อตับหากรับประทานร่วมกันกับยา พาราเซตามอล. หรือยาอื่นที่มีผลต่อตับก็มีโอกาสทำให้เกิดตับวายเฉียบพลันได้ ยาต้าน เชื้อ Metronidazole เมื่อรับประทานร่วมกันกับแอลกอฮอล์จะทำให้เกิดอาการผิวหนังแดงจากการขยายตัว ของหลอดเลือด โดยเฉพาะที่ใบหน้า. ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลายที่ดี อาจเปลี่ยนแปลงการดูดซึมยาหลายชนิด โดยเฉพาะทำให้ยาบางชนิดดูดซึมได้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง. จากการได้รับยาเกินขนาดได้. ถึงแม้ว่าเราพยายามจะเลี่ยงการรับประทานยาไม่พร้อมกันก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอ ไป ไม่ว่ายาหรือแอลกอฮอล์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายของเรามันยังคงคั่งค้างในร่างกายไปหลายชั่วโมง หรืออาจเป็นวันเลยก็ได้. ทั้งนี้ก็ขึ้นกับตัวยานั้น ๆ และปริมาณแอลกอฮอล์ที่เราบริโภคเข้าไป. ยากับนม น้ำแร่ น้ำผลไม้ นม น้ำแร่ น้ำผลไม้. มักมีแร่ธาตุและสารเคมีบางชนิดโดยเฉพาะ แคลเซียม ซึ่งทำปฏิกิริยากับยาที่เรารับประทานได้เป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่ดูดซึม เมื่อยาไม่ถูกดูดซึมหรือดูดซึมได้น้อยลง ทำให้การรักษาไม่ได้ผล. ยาที่ไม่ควรรับประทานร่วมด้วย ได้แก่ ยาต้านเชื้อกลุ่มเตตร้าไซคลิน (tetracycline, doxycycline) และยาต้านเชื้อกลุ่มควิโนโลน (norfloxacin, ofloxacin, ciprofloxacin) ยารักษาโรคกระดูกพรุนกลุ่ม bisphosphonate (alendronate, risedronate, ibandronate) ยากับชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง. มักมีสารกระตุ้นประสาทที่รู้จักกันดีคือ คาเฟอีน ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น แต่หากได้รับมากเกินไปจะทำให้กระวนกระวาย ใจสั่น นอนไม่หลับและรับประทานร่วมกับยาที่กระตุ้นระบบประสาท เช่น pesudoephedrine. ซึ่งพบได้ในยาสูตรผสมแก้หวัดที่หาซื้อได้ทั่วไป ก็อาจทำให้เกินอาการเหล่านั้นมากขึ้นหรือนานขึ้น ยาบางอย่างทำให้คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้นานขึ้นได้แก่ ciprofloxacin cimetidine. เมื่อต้องรับประทานยาเหล่านี้ควรงดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนชั่วคราว. ยากับอุณหภูมิของน้ำนั้นสำคัญไฉน. ยา ชางชนิดห้ามผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเพราะจะทำให้ยาเสื่อมสภาพ ได้แก่ ยาปฏิชีวนะสำหรับเก็กควรใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้วผสมเท่านั้น สำหรับการรับประทานยาร่วมกับน้ำอุ่นนั้นไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด. เนื่องจากน้ำที่เราดื่มลงไปนั้น ร่างกายได้ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำโดยอัตโนมัติ. น้ำเปล่ากับยาดีที่สุด นอกจากจะไม่มีผลกับยาที่รับประทานแล้วหากดื่มในปริมาณที่เพียงพอยังช่วย ละลายยา เพิ่มการดูดซึมและลดผลข้างเคียงบางอย่างที่เกิดขึ้นกับยา. โดยเฉพาะยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร. " ทุกครั้งที่ต้องรับประทาน อย่าลืมอ่านข้อมูลยาบนฉลาก หรือสอบถามเพิ่มเติมกับเภสัชกรของท่าน ". . . .
ที่มา:อินเตอร์เน็ต