มืด

20 เคล็ดลับลดน้ำหนักโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

🇹🇭 ไทย
ความเร็ว: 1.0x
สถานะ: พร้อม
×

ความช่วยเหลือในการตั้งค่าการเล่น

หากใช้ Chrome/Edge แล้วแต่ยังเล่นไม่ได้ ให้ตรวจสอบการตั้งค่า โทรศัพท์/PC ของคุณ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือ TTS เปิดใช้งานอยู่ โดยใช้ภาษาที่คุณต้องการฟัง

สำหรับผู้ใช้ Android และระบบปฏิบัติการอื่นๆ

สำหรับผู้ใช้ Android, Harmony, Lineage, Ubuntu Touch, Sailfish, ColorOS / FuntouchOS, hyperOS ฯลฯ
เข้าสู่เมนู: เปิดการตั้งค่า > การเข้าถึง > การแสดงผลข้อความเป็นเสียง
หากไม่มี ให้ไปที่ การตั้งค่า > ช่องค้นหาด้านบน > พิมพ์ "text-to-speech" หรือ "text"
จากนั้นเลือก ข้อความเป็นเสียง หรือสิ่งที่คล้ายกัน
หากต้องการเพิ่มภาษา ให้คลิกไอคอนฟันเฟือง ⚙ > ติดตั้งข้อมูลเสียง แล้วเลือกภาษาที่ต้องการ

สำหรับผู้ใช้ iOS

ไปที่ การตั้งค่า > การเข้าถึง > เนื้อหาที่อ่านออกเสียง
หรือ การตั้งค่า > ช่องค้นหาด้านบน > พิมพ์ "เนื้อหาที่อ่านออกเสียง" แล้วกด enter
หากต้องการเพิ่มภาษา ให้เลือก เสียง แล้วเลือกเสียงที่ต้องการ

สำหรับผู้ใช้ PC MacOS

เข้าสู่เมนู: คลิกเมนู Apple () > การตั้งค่าระบบ > การเข้าถึง > เนื้อหาที่อ่านออกเสียง

สำหรับผู้ใช้ Windows

Windows 10 & 11
เข้าสู่เมนู: เปิดเริ่มต้น > การตั้งค่า > เวลาและภาษา > การพูด (Speech)
Windows 7 & 8
Control Panel > Ease of Access > Speech Recognition > Text to Speech
Windows XP
Start > Control Panel > Sounds, Speech, and Audio Devices > Speech
Windows 2000 & ME
Start > Settings > Control Panel > Speech
สำหรับผู้ใช้ PC ประเภทอื่น เช่น Linux, ChromeOS, FreeBSD ฯลฯ
โปรดค้นหาวิธีเปิดใช้งาน text-to-speech ในโปรแกรมค้นหา เช่น Google, Bing เป็นต้น

หมายเหตุ ในขณะนี้ หน้านี้ทำงานตามเครื่องมือของอุปกรณ์คุณ
ดังนั้นเสียงที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับเครื่องมือ TTS ของอุปกรณ์คุณ

20 เคล็ดลับลดน้ำหนักโดยไม่ต้องออกกำลังกาย

. . ) โลว์แฟท (Low Fat) อาจจะเพิ่มไขมันให้คุณได้ !. ผู้คนมากมายชอบหยิบฉวยอะไรก็ตามที่เขียนติดว่า "โลว์แฟท" หรือไขมันต่ำ แต่อันที่จริงแล้วผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้มักประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตคุณภาพต่ำ ซึ่งไม่อาจช่วยให้คุณอิ่มท้องได้นาน. แต่ให้พลังงานน้อยกว่าแบบไขมันปกติไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น. 2) ขอความช่วยเหลือ. ขอคำแนะนำจากนักโภชนาการเพื่อที่คุณจะได้รู้จักฝึกนิสัยการบริโภคที่ดี และละทิ้งนิสัยการบริโภคแย่ ๆ ไป. 3) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ. นักวิจัยมหาวิทยาลัยเวค ฟอเรสต์ ที่สหรัฐอเมริกาค้นพบว่า การนอนน้อยเกินไป หรือมากเกินไป ทำให้เรากินมากขึ้น คุณควรจะนอนให้ได้ราว 6-7 ชั่วโมงต่อคืน จะดีที่สุด. 4) ปฏิเสธอาหารฟรี. มีสำนวนที่กล่าวว่า "โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี" และสำนวนนี้ก็เข้ากันกับอาหารฟรีที่ร้านอาหารด้วย บางครั้งในชุดอาหารมักแถมของว่าง หรือขนมมาให้ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเสียเงินเพื่อซื้ออาหาร. พ่วงกับการยัดแคลอรี่จากของว่างนี้เข้าร่างกายโดยที่ไม่ได้มีคุณค่าใด ๆ ทางโภชนาการเลย. 5) หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม. การศึกษาในปี 2005 พบว่าการดื่มน้ำอัดลมเพียงแค่แก้วสองแก้วต่อวันสามารถเพิ่มแนวโน้มการเข้าชมรมคนอ้วนได้ถึง 33% ส่วนน้ำอัดลมแบบไดเอทก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่ นักวิจัยมหาวิทยาลัยซาน อันโตนิโอ. ที่สหรัฐอเมริกาค้นพบว่าน้ำอัดลมแบบไดเอททำให้รอบเอวของผู้เข้าร่วมการทดลองเพิ่มขึ้นได้ห้าเท่าพอ ๆ กันกับพวกที่ไม่ได้ดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอท. 6) ห้ามอดอาหาร. แม้สัญชาตญาณอาจจะบอกคุณว่าการงดมื้ออาหารจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ แต่ความเป็นจริงมันตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง การงดอาหารจะลดอัตราการเผาผลาญอาหารของร่างกาย และจะทำให้คุณหิวมากขึ้น กินมากขึ้น. และเก็บสะสมไขมันมากขึ้น จากผลการศึกษาที่รายงานโดยวารสารด้านระบาดวิทยาของอเมริกา (the American Journal of Epidemiology) พบว่าการงดอาหารจะทำให้คุณอ้วนง่ายกว่าเดิม 4.
5 เท่าเลยทีเดียว 7) ค่อย ๆ กิน. อย่ารีบกินอาหารเร็วเกินไป เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้คุณกินมากขึ้น ร่างกายคุณต้องใช้เวลา 20 นาทีกว่าสมองจะรู้ตัวว่ากระเพาะเต็มแล้ว. ทีวีทำให้คุณอ้วนได้. การดูโทรทัศน์จะทำให้คุณกินโดยไม่จำเป็น การศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเวอร์มอนท์ สหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าการลดเวลาดูโทรทัศน์ลงครึ่งหนึ่งสามารถช่วยลดปริมาณแคลอรี่ที่คุณนำเข้าสู่ร่างกายได้ 119 แคลอรี่ต่อวัน. 9) อย่ากินอาหารชุดคอมโบ. วารสารด้านนโยบายสาธารณะ และการตลาด (the Journal of Public Policy & Marketing) เปิดเผยว่า อาหารชุดคอมโบมีแคลอรี่มากกว่าการสั่งอาหารแยก และอาหารชุดคอมโบ มักจะให้อาหารในปริมาณมากกว่าที่คุณต้องการ. 10) อย่ามองอาหาร. เมื่อคุณไปกินอาหารแบบบุฟเฟต์ คุณควรนั่งในที่ที่คุณจะมองไม่เห็นอาหาร เพื่อที่มันจะได้ไม่ล่อหน้าล่อตาคุณให้คุณอยากกินมากยิ่งขึ้น นักวิจัยมหาวิทยาลัยคอร์เนล. สหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าคนที่น้ำหนักเกินมีโอกาสที่จะนั่งในที่ที่มองเห็นอาหารได้ง่ายกว่าคนน้ำหนักปกติ 15% ทางที่ดีบุฟเฟ่ต์น่ะ อย่าไปกินเลย. 11) เลือกใช้จานขนาดเล็กกว่า. ลองใช้จานขนาดเล็กกว่าเพราะคุณจะมีโอกาสกินน้อยกว่า และรับแคลอรี่เข้าไปน้อยกว่า. 12) ตั้งอาหารให้ตักเพิ่มจากในครัว. วารสารด้านโรคอ้วน (The journal Obesity) ตีพิมพ์ผลการศึกษาซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเอาอาหารวางให้ตักเพิ่มบนโต๊ะทำให้คุณกินมากกว่า 35% เมื่อเทียบกับการต้องไปตักเพิ่มในครัว. เนื่องจากว่าคนมักจะรู้สึกไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นักที่จะต้องเดินกลับไปที่ครัวเพื่อเติมอาหารอีกรอบหนึ่ง. 13) กินอาหารที่เป็นโฮลเกรน. อาหารโฮลเกรน คือ ธัญพืชที่ผ่านการขัดสีน้อย จะมีใยอาหาร หรือไฟเบอร์มากกว่า และมีสารอาหารมากกว่าพวกอาหารที่ได้รับการขัดสีแล้ว วารสารโภชนาการทางการแพทย์ของอเมริกา (American Journal of Clinical Nutrition). ตีพิมพ์ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาหารโฮลเกรนทำให้ผู้ร่วมการทดลองที่มีน้ำหนักเกิน สามารถลดปริมาณไขมันหน้าท้องได้ในเวลา 12 สัปดาห์. 14) ตักอาหารคำเล็กลง. การตักอาหารคำเล็กลงเข้าปากช่วยให้ร่างกายมีเวลาจัดการกับอาหารมากยิ่งขึ้น และทำให้คุณไม่กินมากจนเกินไป เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลา 20 นาทีจึงจะรู้ตัวว่าอิ่มแล้ว วารสารโภชนาการทางการแพทย์ของอเมริกา. (American Journal of Clinical Nutrition) เปิดเผยว่าการกินคำใหญ่มากขึ้นทำให้คนเรารับแคลอรี่เข้าร่างกายมากกว่า 52% เมื่อเทียบกับคนที่ตักอาหารคำเล็กกว่า. 15) ดื่มน้ำให้มากขึ้น. การดื่มน้ำช่วยทำให้คุณห่างไกลไขมัน ผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยยูทาห์ สหรัฐอเมริกาค้นพบว่า ผู้เข้าร่วมการทดลองที่ดื่มน้ำสองแก้วก่อนอาหารสามารถลดน้ำหนักลงได้ 30% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำ. เนื่องจากว่าผู้ที่ดื่มน้ำจะรู้สึกอิ่มก่อนอาหารมากกว่า และไม่ได้กินมากเกินไป. 16) อยู่กับเพื่อน ๆ ที่รูปร่างดี. การอยู่ร่วมกับคนที่รูปร่างดี แข็งแรง จะทำให้คุณมีแนวโน้มนำพฤติกรรมการรักษาสุขภาพดี ๆ ของเพื่อนมาใช้ วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (The New England Journal of Medicine) ค้นพบว่าคุณมีโอกาสน้ำหนักเพิ่มขึ้น. 57% เมื่อเพื่อนของคุณมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น. 17) อย่ากินมื้อดึก. พยายามหลีกเลี่ยงการกินมื้อดึก เนื่องจากวารสารด้านโรคอ้วน (The journal Obesity) แสดงให้เห็นว่าคนที่กินอาหารหลังเวลาสองทุ่มนั้นรับจำนวนแคลอรี่เข้าไปมากกว่า และมีค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI). สูงที่สุด. 18) ชั่งน้ำหนักซะ. การชั่งน้ำหนักเวลาเดิมเป็นประจำทุกวันจะช่วยให้คุณพยายามตั้งมั่นกับเป้าหมายการลดน้ำหนักได้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา. สหรัฐอเมริกาค้นพบว่าคนที่เคยชั่งน้ำหนักทุกวันสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ชั่งน้ำหนักบ่อย ๆ ถึงสองเท่า. 19) หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสผลไม้. ผลไม้อาจมีประโยชน์สำหรับคุณ แต่เครื่องดื่มรสผลไม้ไม่ได้มีประโยชน์ เพราะมีส่วนผสมของน้ำเชื่อมที่จะเพิ่มรอบเอวคุณให้หนาขึ้นเท่านั้นเอง. 20) อย่ากินเมื่ออารมณ์ไม่ดี. มหาวิทยาลัยแอเลอะแบม่า (อาละบาม่า) สหรัฐอเมริกาค้นพบว่าผู้ที่กินเพราะความเครียดมีโอกาสอ้วนได้มากกว่า 13 เท่า เพราะกินเยอะเกินไป. . . .
ที่มา:อินเตอร์เน็ต